เคล็ดลับการเลี้ยงดูเด็กในภาวะการระบาดของโคโรน่าไวรัส ( COVID-19)

Last updated: Jun 1, 2020  |  30 จำนวนผู้เข้าชม  |  ทั่วไป

เคล็ดลับการเลี้ยงดูเด็กในภาวะการระบาดของโคโรน่าไวรัส ( COVID-19)

          การระบาดของโรคโคโรนาไวรัส ( COVID-19) ชนะสัมพันธภาพต่างๆทั่วโลกโรงเรียนปิดทำการ ทำงานจากระยะไกล การห่างกันทางกาย – เป็นเรื่องยากสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกับผู้ปกครอง เราได้ร่วมมือกับโครงการ Parenting for Lifelong Health เพื่อให้ผู้ปกครองและผู้ดูแลมีเคล็ดลับในการจัดการสิ่งใหม่ (ชั่วคราว) เหล่านี้ให้เป็นเรื่องปกติ


1. ใช้เวลาตัวต่อตัว

          ไปทำงานไม่ได้? โรงเรียนปิด? กังวลเกี่ยวกับการเงิน? เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกเครียดและหนักใจในสิ่งเหล่านี้
โรงเรียนปิดเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กและวัยรุ่น การใช้เวลาตัวต่อตัวนั้นอิสระและสนุกสนาน สิ่งนี้ทำให้เด็กรู้สึกเป็นที่รักและรู้สึกปลอดภัย และแสดงถึงว่าพวกเขาเป็นบุคคลสำคัญ

จัดสรรเวลาให้เด็กแต่ละคน

          อาจใช้เวลาเพียงแค่ 20 นาทีหรือนานกว่านั้น ขึ้นกับเราจัดสรร อาจเป็นเวลาเดิมในแต่ละวันเพื่อเด็กเล็กและวัยรุ่นจะได้รอคอย

ถามลูกของคุณว่าพวกเขาต้องการทำอะไร

          การให้พวกเขาเลือกสร้างความมั่นใจในตนเอง หากพวกเขาต้องการทำสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับการเว้นระยะห่างทางกาย นี่เป็นโอกาสที่จะพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับสิ่งนี้

แนวทางสำหรับทารก/เด็กเล็ก
-เลียนแบบการแสดงออกทางสีหน้าและน้ำเสียง
-ร้องเพลง สร้างเสียงดนตรีด้วยหม้อและช้อน
-ลองซ้อนถ้วยเป็นชั้นหรือกำแพง
-เล่าเรื่องราว อ่านหนังสือให้ฟังหรือให้ดูรูปภาพ

แนวทางสำหรับเด็กโต
-อ่านหนังสือให้ฟังหรือดูรูป
-ไปเดินเล่นในสถานที่กลางแจ้งหรือรอบๆบ้าน
-เต้นรำหรือร้องเพลง
-ทำงานบ้านด้วยกัน – เล่นเกมทำงานบ้านและทำอาหารด้วยกัน
-ช่วยสอนการบ้าน

แนวทางสำหรับเด็กวัยรุ่น
-สนทนาเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาชอบเช่น กีฬา ดนตรี ดารา เพื่อนฝูง
-ไปเดินเล่นในสถานที่กลางแจ้งหรือรอบๆบ้าน
-ออกกำลังกายด้วยกันด้วยเพลงที่พวกเขาชอบ
-ปิดทีวีและโทรศัพท์ ฟังและอยู่กับพวกเขา ให้พวกเขาทราบว่าคุณสนใจพวกเขาอยู่ และเล่นสนุกด้วยกัน!


2. พูดในเชิงบวก

          อาจเป็นการยากที่จะมีอารมณ์ความรู้สึกในแง่บวกเมื่อเด็กทำให้เราต้องปวดศีรษะ เรามักลงท้ายด้วยการพูดว่า “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ทว่าเด็กๆมีแนวโน้มที่จะทำในสิ่งที่เราร้องขอหากเราพูดในเชิงบวกและชื่นชมพวกเขาเมื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง

พูดถึงพฤติกรรมที่คุณต้องการให้กระทำ
-ใช้คำพูดเชิงบวกเมื่อต้องการให้ลูกของคุณทำสิ่งใดเช่น “ช่วยเอาเสื้อผ้าออกไป” (แทนการพูดว่า “อย่าทำเลอะเทอะ”)

ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับการสื่อสาร
-การตะโกนใส่หน้าลูกของคุณจะทำให้คุณและพวกเขาอยู่ในภาวะตึงเครียดและมีอารมณ์รุนแรงขึ้น ควรดึงดูดความสนใจของพวกเขาโดยการเรียกชื่อ และพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็น

ชื่นชมลูกของคุณเมื่อพวกเขาปฏิบัติตัวดี
-ชื่นชมลูกของคุณหรือเด็กๆสำหรับสิ่งที่พวกเขาทำได้ดี พวกเขาอาจไม่ตั้งใจ แต่คุณจะมองเห็นเมื่อพวกเขาทำสิ่งเหล่านั้นอีกครั้ง นี่จะเป็นการสร้างความมั่นใจได้ว่าคุณสังเกตเห็นและเป็นห่วงพวกเขาอยู่เสมอ

ทำได้จริง
-ลูกของคุณสามารถทำสิ่งที่คุณขอได้จริงหรือไม่? เป็นการยากสำหรับเด็กที่จะเก็บบางสิ่งไว้ภายในใจตลอดทั้งวัน แต่พวกเขาอาจเก็บคำพูดไว้ได้ราว 15 นาทีในขณะที่คุณกำลังคุยโทรศัพท์

-ช่วยให้เด็กวัยรุ่นไม่พลาดการติดต่อ
-โดยเฉพาะวัยรุ่นต้องการการติดต่อกับเพื่อนฝูง ช่วยลูกในวัยรุ่นของคุณติดต่อกับเพื่อนผ่านโซเชียลมีเดียและวิธีอื่นในการเว้นระยะห่างอย่างปลอดภัย ซึ่งสิ่งนี้คุณและลูกสามารถทำด้วยกันได้!



 3. สร้างกิจกรรม

          โควิด-19 พรากกิจวัตรประจำวันในการทำงาน กิจวัตรกับทางบ้าน และโรงเรียนไป จึงเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเด็กๆ วัยรุ่น และตัวคุณเอง ดังนั้นการทำกิจกรรมใหม่ๆจะช่วยพวกคุณได้

ลองทำกิจกรรมที่ปรับเปลี่ยนได้ แต่ปฏิบัติได้สม่ำเสมอทุกวัน
-จัดตารางสำหรับคุณและลูกๆในการทำกิจกรรมและใช้เวลาว่างร่วมกัน นี่จะช่วยให้เด็กรู้สึกถึงความปลอดภัยและมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น
-ให้เด็กหรือลูกในวัยรุ่นช่วยวางแผนกิจวัตรประจำวันเช่น จัดตารางเรียน เด็กจะปฏิบัติตามสิ่งที่พวกเขามีส่วนร่วมนั้น
-ออกกำลังกายทุกวัน – สิ่งนี้ช่วยทั้งจัดการความเครียดและเด็กที่มีพลังงานสะสมอยู่มากที่บ้านด้วย
-สอนลูกของคุณเกี่ยวกับการรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัย

หากประเทศของคุณปลอดภัย ให้พาเด็กออกไปด้านนอก
-คุณสามารถเขียนจดหมายหรือวาดรูปและแบ่งปันให้ผู้อื่นดูได้ แปะไว้ที่หน้าบ้านให้ผู้อื่นเห็นเลย!
-สร้างความมั่นใจให้ลูกของคุณด้วยการพูดคุยว่าต้องทำอย่างไรจึงจะปลอดภัย
-ฟังสิ่งที่พวกเขาพูดและให้ความสำคัญ
-ทำให้การล้างมือและสุขอนามัยเป็นเรื่องสนุก

ร้องเพลงราว 20 วินาทีขณะล้างมือ และเต้นรำไปด้วย!
-ให้คะแนนเด็กและชมเชยการล้างมือเป็นประจำ
-เล่นเกมเพื่อดูว่าเราสัมผัสใบหน้าของเรากี่ครั้งและให้รางวัลหากสัมผัสน้อยที่สุด (ช่วยกันนับได้)

พฤติกรรมของคุณเป็นแบบอย่างให้กับลูก
หากคุณกำลังฝึกรักษาระยะห่างและสุขอนามัยที่ดี และปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเห็นอกเห็นใจโดยเฉพาะกับผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยงแล้ว ลูกๆทั้งเด็กเล็กและวัยรุ่นจะเรียนรู้สิ่งนี้จากคุณ
เมื่อแต่ละวันสิ้นสุดลง ใช้เวลาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นสักครู่ บอกลูกของคุณถึงสิ่งดีๆหรือความสนุกที่พวกเขาได้ทำ ชมเชยตัวเองในสิ่งที่คุณทำได้ดีในวันนี้ คุณคือฮีโร่!



4. พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

          เด็กทุกคนดื้อ เป็นเรื่องปกติเมื่อเด็กรู้สึกเหนื่อย หิว หวาดกลัว หรือต้องการอิสระ พวกเขาอาจทำให้เราปวดศีรษะได้เมื่อต้องติดอยู่ที่บ้าน

เปลี่ยนพฤติกรรม
-ค้นหาพฤติกรรมที่ไม่ดีและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นโดยเร็ว
-ยับยั้งก่อนที่จะเกิดขึ้น! เมื่อพวกเขารู้สึกกระวนกระวาย คุณสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของเขาด้วยสิ่งที่น่าสนใจหรือ-สนุกสนานอื่น เช่น “ มาเถอะ ออกไปเดินเล่นข้างนอกกัน!”

หยุดพักสักระยะ
-รู้สึกอยากกรีดร้องหรือไม่ ให้เวลาตนเองหยุดพักเป็นเวลา 10 วินาที หายใจเข้าออกช้าๆห้าครั้ง จากนั้นจึงตอบพวกเขาด้วยความใจเย็น ผู้ปกครองหลายล้านคนบอกว่านี่ช่วยได้มาก!

ใช้หลักการของผลที่จะเกิดตามมา
หลักการของผลจะเกิดขึ้นตามมาช่วยสอนให้ลูกของเรามีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่พวกเขากระทำ มีความเป็นระเบียบวินัยและอยู่ในกฎระเบียบ ซึ่งสิ่งนี้สัมฤทธิ์ผลมากกว่าการตีหรือตะโกนใส่พวกเขา
-ให้ทางเลือกกับลูกของคุณปฏิบัติตามคำสั่งก่อนจะบอกถึงผลที่จะตามมา
-พยายามใจเย็นเมื่อบอกถึงผลที่จะเกิดตามมา
-ต้องมั่นใจว่าสามารถปฏิบัติได้จริง เช่น การยึดโทรศัพท์จากเด็กวัยรุ่นไว้เป็นเวลา 1 อาทิตย์เป็นเรื่องยากเกินไป แต่การยึดไว้เป็นเวลา 1 ชั่วโมงสามารถปฏิบัติได้
-เมื่อกฎนี้สิ้นสุดลง ให้โอกาสเด็กในการปรับปรุงตัว และชื่นชมพวกเขา

การใช้เวลาตัวต่อตัว การชื่นชมเมื่อกระทำดี และมีกิจวัตรอย่างสม่ำเสมอช่วยลดพฤติกรรมที่ไม่ดีของพวกเขาได้
มอบหมายงานที่ง่ายให้กับเด็กและลูกในวัยรุ่นของคุณกระทำ แต่ต้องมั่นใจว่าเป็นสิ่งที่พวกเขาสามารถกระทำได้ และชมเชยเมื่อเขาลงมือทำด้วย!

5. สงบอารมณ์และจัดการความเครียด

          ช่วงนี้เป็นภาวะตึงเครียด ดูแลตัวเองให้ดีเพื่อที่คุณจะสามารถให้กำลังใจลูกได้

 คุณไม่ได้อยู่คนเดียว

ผู้คนหลายล้านคนอยู่ในภาวะหวาดกลัวเช่นเดียวกับเรา ลองหาใครสักคนที่คุณสามารถพูดคุยด้วยได้ว่าคุณรู้สึกอย่างไร และฟังพวกเขา หลีกเลี่ยงโซเชียลมีเดียที่จะทำให้คุณรู้สึกหวาดกลัว

พักผ่อนบ้าง

เราทุกคนต้องการการพักผ่อน เมื่อลูกของคุณหลับแล้ว ให้หากิจกรรมที่สนุกสนานหรือผ่อนคลายทำเพื่อตัวเองบ้าง ทำรายการกิจกรรมที่คุณชอบ คุณสมควรได้รับมัน

ฟังลูกๆของคุณ

เปิดใจและฟังลูกๆของคุณ ลูกจะมองหาคุณเมื่อต้องการกำลังใจและความมั่นใจ ฟังลูกๆของคุณเมื่อพวกเขาเล่าว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร รับรู้ถึงความรู้สึกเหล่านั้นและปลอบโยน

หยุดพักสักระยะ

สิ่งเหล่านี้คือ กิจกรรมเพื่อการผ่อนคลายเป็นเวลา 1 นาทีที่คุณสามารถกระทำได้เมื่อรู้สึกเครียดหรือเป็นกังวล

ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมการ

นั่งด้วยท่าทางที่สบายและผ่อนคลาย เท้าวางราบกับพื้น นำมือมาวางไว้ที่หน้าตัก
หลับตาลงหากจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น

ขั้นตอนที่ 2 : ลองคิด รู้สึกถึงสิ่งต่างๆ และกายของเรา

ถามตัวเองว่า “ คิดอะไรอยู่ในตอนนี้”
ให้ประเมินความคิด ประเมินความคิดตนเองว่าเป็นไปในแง่บวกหรือแง่ลบ
ให้ประเมินอารมณ์ว่าเป็นอย่างไร ประเมินอารมณ์ของคุณว่ามีความสุขหรือไม่
ให้ประเมินว่าร่างกายรู้สึกอย่างไร ประเมินว่าเจ็บปวดหรือเป็นกังวลหรือไม่

ขั้นตอนที่ 3 : จดจ่อกับลมหายใจ

ฟังเสียงลมหายใจเข้า-ออก
อาจนำมือวางไว้ที่หน้าท้องและรู้สึกถึงการขึ้นและลงของลมหายใจ
คุณอาจอยากพูดกับตนเองว่า “ ไม่เป็นไร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่เป็นอะไร”
หลังจากนั้นฟังเสียงของลมหายใจสักระยะ

ขั้นตอนที่ 4 : กลับมา

สังเกตว่าร่างกายรู้สึกอย่างไร
ลองฟังเสียงภายในห้อง

ขั้นตอนที่ 5 : การสะท้อน

ให้คิดว่า “รู้สึกดีขึ้นหรือไม่?”
เมื่อคุณพร้อม ให้ลืมตา และเปิดใจรับฟังลูกของคุณ เด็กๆจะมองหาคุณเมื่อต้องการกำลังใจและความมั่นใจ ฟังลูกของคุณเมื่อพวกเขาแบ่งปันความรู้สึก รับฟังว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรและปลอบโยน
การหยุดพักสักระยะได้ผลดีเมื่อลูกของคุณทำให้คุณหงุดหงิดหรือพวกเขาทำสิ่งผิดพลาดด้วยเช่นกัน นี่เป็นโอกาสดีที่ทำให้ใจเย็นขึ้น เพียงแค่การหายใจลึกๆหรือการสัมผัสได้ถึงพื้นที่ฝ่าเท้าก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ คุณและลูกของคุณสามารถทำร่วมกันได้เช่นกัน!



6. พูดถึงสถานการณ์โควิด-19

          ให้ลองสนทนา พวกเขาอาจได้ยินข่าวแล้ว การปิดเงียบและเก็บเป็นความลับไม่สามารถปกป้องลูกๆของเราได้ แต่ความจริงใจและการเปิดใจช่วยได้มากกว่า พิจารณาดูว่าพวกเขาจะเข้าใจได้มากน้อยเพียงใด คุณรู้ดีที่สุด

ให้เปิดใจและรับฟัง

ให้ลูกของคุณพูดได้อย่างอิสระ ให้ถามคำถามปลายเปิดและประเมินว่าพวกเขารับรู้มากน้อยเพียงใด

จริงใจ

ให้ตอบคำถามของพวกเขาอย่างจริงใจ ประเมินว่าลูกของคุณอายุเท่าไรและจะเข้าใจสถานการณ์ได้มากน้อยเพียงใด

ให้กำลังใจ

ลูกของคุณอาจรู้สึกกลัวหรือสับสน ให้พื้นที่กับพวกเขาในการแบ่งปันความรู้สึกและทำให้พวกเขาทราบว่าคุณอยู่กับพวกเขา

ไม่เป็นไรหากไม่ทราบคำตอบ

ไม่เป็นไรหากต้องพูดว่า “เราไม่รู้เลย แต่เราพยายามกันอยู่ หรือ “เราไม่รู้เลยแต่กำลังหาหนทางอยู่” ให้ใช้โอกาสนี้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากลูกของคุณ!

ฮีโร่จะไม่ถูกรังแก

อธิบายว่าโควิด-19 ไม่เกี่ยวข้องกับรูปลักษณ์ของผู้คน ไม่ว่าจะมาจากที่ใดหรือพูดภาษาใด บอกลูกของคุณว่าเราควรจะเห็นอกเห็นใจผู้ป่วยและผู้ดูแลพวกเขา ให้เล่าเรื่องราวของบุคคลากรที่ทำงานเพื่อยับยั้งโรคระบาดและผู้ดูแลผู้ป่วยเหล่านี้

มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น

บางเรื่องราวอาจไม่จริง ให้อ้างอิงจากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้เช่น องค์กรยูนิเซฟ และองค์การอนามัยโลก

ปิดการสนทนาด้วยคำพูดที่จริงใจ

ประเมินว่าลูกของคุณสบายดีหรือไม่ บอกพวกเขาว่าคุณเป็นห่วง และเขาสามารถพูดคุยกับคุณได้ตลอดเวลา และให้ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสนุกสนาน!


ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.unicef.org/thailand/
 

Powered by MakeWebEasy.com